ปักษ์ใต้ ยุทธภูมิ ที่ต้องแย่งชิง
““ สัญญาลับ สัญญาณร้อน
กับการเคาะกะลาให้หมาวิ่ง ””
โดย ดร.ทินโน ขวัญดี แห่งสำนักสวนพลู
วิสัยทัศน์ของเอกบุรุษย์ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (มากกว่า300ปีมาแล้ว) มีพระราชดำริในการขุดคอคอดกระบนผืนแผ่นดินที่แคบที่สุดของแหลมมลายู
เพื่อการเชื่อมทะเลอันดามัน และอ่าวสยาม
ด้วยเหตุผลของการค้าและการติดต่อต่างประเทศ บริเวณเขตบ้านทับหลี ตำบลมะมุ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง กับอำเภอสวี จังหวัดชุมพร ประมาณกิโลเมตรที่ 545 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ห่างจากเขตเทศบาลเมือง 66 กิโลเมตร คอคอดกระ
มีระยะทางจากฝั่งทะเลตะวันตกจรดฝั่งตะวันออกกว้างเพียง 50 กิโลเมตร
เหตุการณ์ผ่านจนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ฝรั่งเศส ซึ่งมีอิทธิพล และอาณานิคมทางด้านบูรพา (เวียดนาม ลาว
เขมร) คิดจะขุดคอคอดกระเพื่อร่นระยะทางในการเดินเรือจากฝั่งทะเลอันดามันข้ามมายังฝั่งอ่าวสยาม โดยไม่ต้องอ้อมไปทางแหลมมลายูอันเป็นเขตอิทธิพล
และเมืองขึ้นของอังกฤษ แต่เนื่องด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับอังกฤษที่เป็นเจ้าของกิจการท่าเรือในปีนังและสิงคโปร์โครงการนี้จึงระงับไป
อังกฤษจึงได้ประโยชน์จากกิจการการเดินเรือ และท่าเรือในอาณาเขตอานัติเรื่อยมา
พ.ศ.2399 กัปตันริชาร์ด ชาวอังกฤษ ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไทยให้สำรวจคอคอดกระ โดยให้เหตุผลเสริมว่า
กองทัพเรืออังกฤษในน่านน้ำจีน จะแล่นผ่านคลองกระมาอินเดียได้ทันท่วงที
ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินแต่โครงการนี้ก็เดินหน้าต่อไม่ได้ เหตุผลแรกไม่มีเงินทุน
เหตุผลต่อมา ถ้าขุดคอคอดกระจะกระทบต่อสิงคโปร์ อาณานิคมสำคัญของ อังกฤษเอง
ต่อมาในรัชกาลที่ 5 ฝรั่งเศส ขอตั้งสถานีเชื้อเพลิงโดยเสนอเงินค่าตอบแทนก้อนใหญ่ให้ไทย
แต่อังกฤษก็คัดค้านยังมีความพยายามจะขุดคอคอดกระ แต่อังกฤษก็ยืนยันคัดค้านเรื่อยมา
พ.ศ.2440 อังกฤษตกลงในอนุสัญญาลับว่า
ไทยจะไม่ยอมให้ชาติหนึ่งชาติใดเข้ามาเช่า หรือถือกรรมสิทธิ์ดินแดนไทยบริเวณตั้งแต่ใต้ตำบลบางสะพาน
ประจวบคีรีขันธ์ ลงไป โดยอังกฤษไม่เห็นชอบเด็ดขาด ด้วยข้อจำกัดนี้ พ.ศ.2451
ไทยปฏิเสธการขอสัมปทานขุดคอคอดกระ จากรัสเซีย เพราะเกรงจะกระทบกระเทือนทางการฑูตกับอังกฤษ
ซึ่งที่แท้แล้ว ไทยรู้ดีว่าหากตัดเส้นทางนี้ผลประโยชน์จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และผลกระทบทางด้านภูมิรัฐศาสตร์
และแรงกดดันจากอังกฤษจะเป็นเช่นไร
พ.ศ.2457 อังกฤษขอสัมปทานขุด (เพื่อการเชื่อมเส้นทางอันดามัน
(อาณานิคม พม่า) กับอ่าวไทย เพื่อไปจีน ด้วยวัตถุประสงค์เชิงยุทธ์ศาสตร์และการค้า)
แต่โครงการนี้ล้มเลิกไป เพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1
ต่อมา พ.ศ.2477-2479 ญี่ปุ่นได้สัมปทานขุดจากรัฐบาลไทย
แต่รัฐบาลญี่ปุ่นและไทย ต่างก็ออกมาปฏิเสธ
(ช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นต้องการเคลื่อนย้ายกำลังรบจากฝั่งตะวันออก (ทะเลแฟซิปิก)
ไปทางตะวันตกในการเข้ายึดดินแดนพม่า และอินเดีย ซึ่งเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ
หากเส้นทางนี้เกิดขึ้น ไม่แน่เหมือนกันว่าเส้นทางรถไฟสายมรณะ กาญจนบุรี
และนิทานโกโบริ อังสุมาริน หรือ นิยายขุมทองโกโบริน จะเกิดขึ้นหรือไม่) หลังสงครามโลกครั้งที่
2 ไทยเป็นฝ่ายแพ้สงคราม ต้องยอมทำสัญญา ไม่ขุดคอคอดกระ
หากอังกฤษไม่ยินยอม
พ.ศ.2497 ไทยปลดเปลื้องพันธกรณีจากอังกฤษได้ ก็มีการรื้อฟื้นการขุดคอคอดกระเป็นระยะ
ผู้รื้อฟื้นการขุดส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่น ซึ่งต้องการใช้เป็นเส้นทางลัด
ขนส่งน้ำมันจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกกลางไปยังญี่ปุ่นข้อเสนอของญี่ปุ่นล้มเหลวอีกครั้ง
กุมภาพันธ์ พ.ศ.
2501 นายปรีดี พนมยงค์ได้เสนอให้ขุดคลอง
ซึ่งมีหลายเหตุผลคัดค้านรวมถึงไม่ต้องการให้ประเทศแยกออกเป็นสองส่วน
(กลัวแผ่นดินแยกเป็นสองส่วน สงสัยเล่นของ คงถือเคล็ด
คนที่ให้ความคิดนี้ไม่ใช่ธรรมดา หลอกคน ฝังใจคน จนถึงทุกวันนี้) ผนวกกับ ประเทศสิงคโปร์กลัวจะเสียผลประโยชน์
จึงใช้วิธีการต่างๆนานา รวมถึงการวิ่งเต้น อุดรู เปิดช่องให้หมารอดรั้ว เสือหิว
หมาโหยทั้งหลาย จึงเห่าหอน รับใช้กันเป็นทอดๆ
ในที่สุดโครงการนี้ก็ถูกพับเก็บยัดในโอ่งมังกร ปะด้วยผ้ายันต์แดง ล้มเหลวอีกครั้งหนึ่ง
ใน พ.ศ.2533
ในสมัยรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เคาะกะลา หมาดีใจ สภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นด้วยตัวเงินทุนสำรองที่มีมาก
และสถานะภาพทางการเมืองที่นิ่ง มั่นคง การมีเสถียรภาพทางการเมืองที่ดี
ความเชื่อถือ เชื่อมั่นในการลงทุนจากต่างชาติ
(อันเป็นผลพวงที่สืบเนื่องมาจากรัฐบาล พล อ.เปรม ติณณสูลานนท์ “ โชติช่วง ชัชวาล”) เข้ามาลงทุนอย่างมาก เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ที่ GDP มากกว่า 7 ติดต่อกันหลายปี
แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จของโครงการอีกครั้งด้วยสาเหตุ ความมั่นคง และ
การแบ่งแยกดินแดน (ซ้ำรอยเดิม คาถาเดิม ความคิดเดิม คนกลุ่มเดิม)
พ.ศ.2540 รัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ (เคาะกะลา หมาน้อยวิ่งกันให้พล่าน) มีการเสนอขอขุดอีกครั้งหนึ่ง
ครั้งนี้นอกจากมีญี่ปุ่นเป็นแกนนำ ยังมีรัฐบาลอีกหลายชาติสนับสนุน แต่รัฐไทยมีปัญหาเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเสียก่อน
จึงคงค้างโครงการต่อไป
พ.ศ.2544 ถึงต้นรัฐบาล
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โครงการขุดคอคอดกระถูกรื้อฟื้นขึ้นอีก
ครั้งนี้มีการศึกษาพบว่า จะต้องใช้ทุนมหาศาล 5 แสนล้าน ถึง 8
แสนล้าน (ขึ้นอยู่กับขนาดของโครงการ) แต่ความพลิกผันทางการเมือง
โครงการนี้ก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้จนกระทั่งถึงบัดนี้.
จวบจน
สนธิสัญญาประชาคมเศราฐกิจอาเซี่ยน (Asean Economic Community “AEC” ) มาถึง “หนึ่งประชาคม หนึ่งอัตตลักษณ์” และการเชื่อมโยงทั้งทางด้านสังคม ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการขนส่ง
แผนงานต่างๆ ได้ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคมนาคมขนส่ง
ที่ได้เริ่มต้นมาอย่างจริงจัง
เป็นความกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่งจากรัฐบาลจีนในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ที่สนับสนุนทั้งงบประมาณและอื่นๆที่จะทำการเชื่อมโยงระบบคมนาคมทั้งทางรถยนต์ รถไฟ
รถไฟความเร็วสูง ทางน้ำและระบบท่อ (รถไฟความเร็วสูงจากจีนลงมาลาว เข้าไทย ออกทะเลที่แหลมฉบัง
รถไฟรางคู่จากจีนเข้าไทยทางด้านเหนือ เชื่อมต่อเส้นทาง ไทย ลาว เวียดนาม(ตะวันออก)
พาดผ่านไปทางพม่า เข้าเชื่อมต่อ เส้นทางตะวันตก เข้าสู่เส้นทางสายไหม (เอเซียใต้
อินเดีย และตะวันออกกลาง) ท่อแกสและน้ำมัน จากพม่าเข้าสู่จีนทางฝั่งตะวันตก มณฑลยูนาน(ท่าเรือฝั่งพม่าจากการสนับสนุนของจีนได้เกิดขึ้นแล้ว
และรวมถึงโครงการท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ที่ไทยเป็นเจ้าภาคอยู่)
ภายใต้แนวทางโครงการเชื่อมตะวันออก
ตะวันตก เหนือ จรดใต้ ( East-Wast Economic Corridor / North-South Economic Corridor ) ประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคม ขนส่ง และจุดกลางฐานเศรษฐกิจ ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ด้านกายภาพนั่นเอง ในมุมมองของความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น
Asean ,
Asean pus3, Bimstect, ที่จะทำให้ประเทศไทยพลุกพล่านไปด้วยการสันจร ทั้งจากทางบก ทางน้ำ
และทางอากาศ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปัจจัยจัยเก่าที่มีปัญหาในการทำเส้นทางลัดอันดามัน
และ อ่าวไทย
·
สัญญาลับ สัญญาอัปยศ สัญญานักเลงโต
·
ความอ่อนแอของรัฐไทย
และการสร้างความสมดุลทางการฑูตในการถ่วงดุลย์และการอยู่รอดของชาติ
·
งบประมาณ การลงทุน และหุ้นส่วน
·
การเมือง ในความเชื่อแยกแผ่นดิน ความคิดเชิงอนุรักษ์นิยม (Conservative) ประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
มิสามารถแบ่งแยกได้ (เป็นการเข้าใจผิดของนิยามเป็นอย่างยิ่ง มันไม่ใช่ทางกายภาพ
แต่มันเป็นเรื่องจิตวิญญาณ และชาตินิยมต่างหาก )
·
นักการเมืองนโยบาย- กลยุทธ์
เคาะกะลาหากะตังส์ใช้ กับ ไม้กันหมา เห่าหอนแทนนายเงิน
·
เทคโนโลยีที่ใช้
ปัจจัยใหม่ที่คาดว่าเมื่อรื้อฟื้นโครงการขึ้นมาแล้วจะเจอและต้องสร้างความเข้าใจ
· ความมีส่วนร่วม รับรู้รับทราบ
การร่วมตัดสินใจต่ออนาคตตัวเองของคนท้องถิ่น
· สิ่งที่คนท้องถิ่นได้รับ และการเสียไปของเขาที่ต้องเกิดผลกระทบขึ้น
· มลภาวะ และสิ่งแวดล้อมที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน
· จุดยุทธศาสตร์
ศูนย์กลางการแย่งชิงการมีอิทธิพลในการควบคุมจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลอันดามัน
และอ่าวไทย ที่เชื่อมต่อไปที่ทะเลจีนใต้และแปซิฟิก (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี)
· การเคลื่อนยายมนุษย์ การปะปนของวัฒนธรรม โรคภัยไข้เจ็บ
และอาชญากรข้ามชาติ
หากรื้อฟื้นขึ้นมาและสามารถทำได้
อะไรจะเกิดขึ้น (เป็นการจัดการที่ดี
และสร้างความเข้าใจจากประชาชนในท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วม)
· จุดยุทธ์ศาสตร์ทางกายภาพโดยสมบูรณ์ ทั้งทางด้านการขนส่ง และคมนาคม
ที่เชื่อมโยงระบบ ทางรถยนต์ รถไฟ เรือ ระบบท่อ และทางอากาศ
· ระบบเศรษฐกิจ รายได้ของประเทศ และการลดต้นทุนการขนส่ง
· การสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
งานทางด้านธุรกิจการค้า การบริการ งานช่าง และเทคนิค งานด้านการเงิน และธุรกิจการขนส่ง
· ธุรกิจการโรงแรม การท่องเที่ยว
และฐานการผลิตเพื่อการส่งออก เช่นสินค้าทางการเกษตร
เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เข้าใจธรรมชาติและวิถีที่เป็นไปของบ้านเมือง
มองหาและคาดการณ์ในอนาคต สิ่งที่จะเกิด สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ปัจจัยและสาเหตุที่มี สักวันมันจะเกิดและให้เห็นในยุคของเราไม่ช้าก็เร็ว
แล้วเราคิดอย่างไรกับมัน ฐานข้อมูล ฐานความรู้ และการตระหนักคิดถึงอนาคตบ้านเมือง
อนาคตลูกหลาน เขาจะเป็นเช่นไร เขาจะอยู่กันอย่างไร เรารับได้ไหม เมื่อคนต่างชาติรู้จักเมืองไทย
ประเทศไทยในรูปแบบของเมืองแห่งเซ็กส์ราคาถูก ไม่ว่าหญิงหรือชาย
เมืองแห่งแรงงานราคาถูก
ค่าแรงงานคนไทยเท่ากับอาหารหมาฝรั่ง
แค่เพียงมื้อเดียว
เราทำใจได้ไหมกับดึกๆดื่นๆเรายังเห็นเด็กเล็กๆซึ่งก็เป็นลูกหลานไทย
ยังต้องเดินเร่ขายพวงมาลัย กันเกลี่ยนสี่แยก
เราทำใจได้ไหมเมื่อเห็นลูกหลานไทยติดยาบ้า ยาเสพติดกันงอมแงมตั้งแต่ประถม
“ หาก ไม่คิดสร้างศักยภาพ ความสามารถ ของมนุษย์เผ่าพันธุ์ไทย
ไม่คิดจะสร้างรายได้ให้กับประเทศ แล้วประเทศไทยจะอยู่บนแผนที่โลกนี้ได้อย่างไร
ที่ยืนอยู่ได้ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นไทย ที่มิใช่การเป็นไทยแค่เพียงหน้าตา
และการเกิดเพียงเท่านั้น”




